หัวข้อเรื่อง : สอบถามแนวทางการพ่นหมอกควันป้องกันโรคไข้เลือดออกคะ

อยากจะสอบถามว่าเทศบาลตำบลดงมะดะมีแผนดำเนินการป้องกันโรคไข้เลือดออกยังไงคะ จะมีการพ่นหมอกควันวันใหนโปรดชี้แจงด้วยนะคะ
โพสโดย คนบ้านดงมะดะ IP: 118.172.71.32 เมื่อ 15/07/2013 เวลา 10:58:49 น. อ่าน 425 ครั้ง ลบ
 
ความคิดเห็นที่ 1
ก่อนอื่นขอชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของไข้เลือดออกก่อนนะครับ ว่า ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากยุงซึ่งเป็นพาหะของโรค ไข้เลือดออกนอก
จากจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยแล้ว
ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น
และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้
และมักพบบ่อยในเด็กต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 2-8 ปี
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่จะไม่มีโอกาสเป็นโรคไข้เลือดออกได้ โดยเฉพาะต้องอาศัยอยู่ในแหล่งที่ชุกชุมไปด้วยยุงตัวร้าย
อาการของคนเป็นไข้เลือดออกคือ   อาการของ ไข้เลือดออก ไม่จำเพาะอาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ในผู้ใหญ่ที่เป็น ไข้เลือดออก อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดว่าเป็น โรค ไข้เลือดออก อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิต ทั้งนี้ลักษณะที่สำคัญของ ไข้เลือดออก มีอาการสำคัญ 4 ประการคือ 

          1. ไข้สูงลอย : ไข้
39-40 มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ
เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5
วัน 

          2. อาการเลือดออก : เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ โดยจะมีอาการ
อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ มีจุดเลือดออกตามตัว 

          3. ตับโต 

          4. ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก 
:  มักจะเกิดช่วงไข้จะลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่ายมือเท้าเย็น
รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว
ความดันต่ำ

แนวทางการรักษาโรค ไข้เลือดออก

          
โรค ไข้เลือดออก ไม่มีการรักษาเฉพาะ
การรักษาเป็นเพียงการประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อก
และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง
โดยทั่วไปการดูแลผู้ป่วยโรค ไข้เลือดออก มีแนวทางการดูแลอย่างใกล้ชิด
ดังนี้ 

          1.
ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ยาลดไข้ที่ควรใช้คือ พาราเซตามอล
ไม่ควรใช้ยาจำพวกแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เกล็ดเลือดผิดปกติ
และระคายกระเพาะอาหาร 

          2.
ให้สารน้ำชดเชย เนื่องจากผู้ป่วยไข้เลือดออก มักมีภาวะขาดน้ำ
เนื่องจากไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียน
ในรายที่พอทานได้ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ ในรายที่ขาดน้ำมาก
หรือมีภาวะเลือดออก เช่น อาเจียน
หรือถ่ายเป็นเลือดต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้สารน้ำทางเส้นเลือด 

          3.
ติดตามดูอาการใกล้ชิด ถ้าผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง
กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น โดยเฉพาะในช่วงไข้ลด
ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที 

          4. ตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะ เพื่อใช้พิจารณาปริมาณการให้สารน้ำชดเชย

แนวทางการป้องกันโรคไข้เลือดออกเบื้องตันให้ทำตามนี้นะครับ
การควบคุมสิ่งแวดล้อมเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ยุงมีการขยายพันธุ์ 

          1.แทงค์ บ่อ กะละมัง ที่เก็บกักน้ำจะเป็นแหล่งที่ยุงออกไข่และกลายเป็นยุง ต้องมีฝาปิดและหมั่นตรวจสอบว่ามีลูกน้ำหรือไม่ 

          2.ให้ตรวจรอยรั่วของท่อน้ำ แทงค์น้ำหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำว่ารั่วหรือไม่ โดยเฉพาะฤดูฝน

          3.ตรวจ
สอบแจกัน ถ้วยรองขาโต๊ะ ต้องเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์
สำหรับแจกันอาจจะใส่ทรายผสมลงไป
ส่วยถ้วยรองขาโต๊ะให้ใส่เกลือเพื่อป้องกันลูกน้ำ 

          4.หมั่น
ตรวจสอบถาดรองน้ำที่ตู้เย็นหรือเครื่องปรับอากาศเพราะเป็นที่แพร่พันธุ์ของ
ยุง โดยเฉพาะถาดระบายน้ำของเครื่องปรับอากาศซึ่งออกแบบไม่ดี
โดยรูระบายน้ำอยู่เหนือก้นถาดหลายเซนติเมตร
ทำให้มีน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุง 

          5.ตรวจสอบรอบ ๆ บ้านว่ามีแหล่งน้ำขังหรือไม่ ท่อระบายน้ำบนบนหลังคามีแอ่งขังน้ำหรือไม่ หากมีต้องจัดการ

          6.ขวดน้ำ กระป๋อง หรือภาชนะอื่นที่อาจจะเก็บขังน้ำ หากไม่ใช้ให้ใส่ถุงหรือฝังดินเพื่อไม่ให้น้ำขัง 

          7.ยางเก่าที่ไม่ใช้ก็เป็นแหล่งขังน้ำได้เช่นกัน 

          8.หากใครมีรั้วไม้ หรือต้นไม้ที่มีรูกลวง ให้นำคอนกรีตเทใส่ปิดรู ต้นไผ่ต้องตัดตรงข้อและให้เทคอนกรีตปิดแอ่งน้ำ 


 การป้องกันส่วนบุคคล 

          1.ใส่เสื้อผ้าที่หนาพอสมควร ควรจะใส่เสื้อแขนขาว และกางเกงขายาว เด็กนักเรียนหญิงก็ควรใส่กางเกง 

          2.การใช้ยาฆ่ายุง เช่น pyrethrum ก้อนสารเคมี 

          3.การใช้กลิ่นกันยุงเช่น ตะไคร้ หรือสารเคมีอื่น ๆ 

          4.นอนในมุ้ง

          5.การควบคุมยุงโดยทางชีวะ 

          6.เลี้ยงปลาในอ่างที่ปลูกต้นไม้ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ 

          7.ใช้แบคทีเรียที่ผลิตสาร toxin ฆ่ายุงได้แก่เชื้อ Bacillus thuringiensis serotype H-14 (Bt.H-14) and Bacillus sphaericus (Bs) 

          8.การ
ใช้เครื่องมือดักจับลูกน้ำซึ่งเคยใช้ได้ผลที่สนาบบินของสิงคโปร์
แต่สำหรับกรณีประเทศไทยยังได้ผลไม่ดีเนื่องจากไม่สามารถควบคุมแหล่งน้ำ
ธรรมชาติจึงยังมีการแพร่พันธ์ของยุง

ส่วนสาเหตุที่ทางเทศบาลไม่ดำเนินการพ่นหมอกควันควบคุมทั้งพื้นที่ เนื่องจากเราเคยดำเนินการในปีที่ผ่านๆ มาปรากฏว่า มันไม่ได้ผลเท่าที่จะเราคาดหวังไว้ เนื่องจากสาเหตุหลายๆ อย่าง เช่นเวลาที่เราพ่นหมอกควันมันไม่ได้เป็นการช่วยให้ไข้เลือดออกลดลงเลย  การพ่นหมอกควันเป็นรูปอธรรมที่มองเห็นว่ารัฐบาลหรือเทศบาลได้ทำอะไรเกี่ยวกับการระบาดของโรค
แต่การพ่นหมอกควันไม่ได้ลดจำนวนประชากรของยุง
ข้อเสียคือทำให้คนละเลยความปลอดภัย ไม่ใส่ใจตัวเอง ดังนั้นเราจะพ่นเพียงบางเคสที่เกิดการระบาดบริเวณจุดนั้นๆ รอบๆ รัศมี 100 เมตร   และทุกๆ ปีเทศบาลตำบลดงมะดะได้ดำเนินการโครงการประกวดหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลาย ก็นับว่าเป็นผลดีในการกำจัดในเบื้องต้น และจากสถิติโรคไข้เลือดออกของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลดงมะดะ ที่ติดเชื้อไข้เลือดออกส่วนมากจะติดมาจากแหล่งอื่น ที่ไม่ใช่ในเขตชุมชนของเรานะครับ
โพสโดย จพง.ป้องกันฯ IP: 118.172.71.32 เมื่อ 17/07/2013 เวลา 11:20:06 น.
 
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณมาก นะคะสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์คะ
โพสโดย คนบ้านดงมะดะ IP: 120.170.1.31 เมื่อ 25/07/2013 เวลา 11:23:34 น.

ตอบกระทู้นี้

* ข้อความ :
รูปภาพ : ( !! รับเฉพาะไฟล์นามสกุล jpeg, jpg, gif ขนาดไม่เกิน 500KB เท่านั้น )
* ชื่อผู้โพส : อีเมล์ผู้โพส :